News

น้ำตาแลกบ้านร้อยล้าน สู่การแก้แค้นสุดเลือดเย็น:

เมื่อความตายของสามีกลายเป็นบทละครหลอกลวง

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลเอกชนระดับวีไอพีกลางกรุงย่านสุขุมวิท อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ควรจะเคร่งเครียด ทว่าสำหรับฉัน… **‘นิชา’** หญิงสาวที่เพิ่งเซ็นสัญญาขายคฤหาสน์หรูมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท (ราวๆ 2.5 ล้านดอลลาร์) ในหมู่บ้านปัญญาอินทรา เพื่อนำเงินทั้งหมดมารักษา **‘ชัชวาล’** สามีสุดที่รักที่หมอวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย การเดินไปตามทางเดินสู่ห้องพักฟื้นของเขากลับเต็มไปด้วยความหวัง

ฉันถือเช็คเงินสดใบละหลายสิบล้านไว้ในมือแน่น มันคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจะเสียชีวิต แต่มันจะเทียบอะไรได้กับลมหายใจของคนที่ฉันรัก? ฉันยอมหมดตัว ยอมไปเช่าคอนโดเล็กๆ อยู่ ขอแค่ให้ชัชวาลได้ผ่าตัดและรอดชีวิตกลับมาอยู่ด้วยกัน

เมื่อมาถึงหน้าห้องสวีทวีไอพี ฉันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมา แทนที่จะเป็นเสียงเครื่องช่วยหายใจหรือเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ฉันค่อยๆ แง้มประตูออกเพื่อจะเซอร์ไพรส์เขา แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับกลายเป็นมีดนับพันเล่มที่พุ่งมากรีดแทงหัวใจฉันจนยับเยิน

บนเตียงผู้ป่วย ชัชวาล… สามีที่หมอบอกว่ากำลังจะตาย กำลังนั่งพิงหมอนอย่างสบายใจ ใบหน้าของเขาดูมีเลือดฝาด ไม่มีร่องรอยของคนป่วยหนักแม้แต่น้อย ที่น่าขยะแขยงกว่านั้นคือ เขากำลังโอบกอดและซุกไซ้ซอกคอของ **‘พยาบาลลินดา’** พยาบาลสาวสวยหุ่นดีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเขาเป็นพิเศษ

และคนที่ทำให้ฉันแทบหยุดหายใจคือ **‘คุณหญิงพรรณราย’** แม่สามีของฉัน! ท่านนั่งปอกแอปเปิลอยู่ที่โซฟาปลายเตียง มองดูฉากรักอันน่าสมเพชนั้นด้วยรอยยิ้มพอใจ

“ชัช… เบาๆ สิคะ เดี๋ยวคุณแม่ก็แซวหรอก” ลินดาดัดเสียงหวานจ๋อย
“แม่ไม่ว่าหรอกจ้ะหนูลินดา รีบๆ มีหลานให้แม่เถอะ” คุณหญิงพรรณรายหัวเราะร่วน “ส่วนนังนิชา ป่านนี้คงวิ่งเต้นขายบ้านหัวซุกหัวซุน โง่จริงๆ คิดว่าลูกชายฉันเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายจริงๆ แค่จ่ายเงินยัดไส้หมอกับปลอมแปลงฟิล์มเอกซเรย์นิดหน่อย มันก็เชื่อสนิทใจ ยอมขายสมบัติชิ้นสุดท้ายมาประเคนให้เราแล้ว”

“ก็มันโง่ไงครับแม่ หลงผมจนโงหัวไม่ขึ้น” ชัชวาลยิ้มเหยียด “รอให้เงินเข้าบัญชีผมก่อนเถอะ ผมจะเขี่ยมันทิ้ง แล้วเราค่อยแต่งงานกันนะลินดา เงิน 80 ล้านนี่ มากพอที่เราจะไปตั้งตัวสร้างเรือนหอใหม่ที่ยุโรปได้สบายๆ”

โลกทั้งใบของฉันพังครืนลงมาในวินาทีนั้น ขาทั้งสองข้างหมดเรี่ยวแรงจนแทบจะล้มทั้งยืน น้ำตาที่เคยไหลเพราะความสงสาร บัดนี้เหือดแห้งหายไป เหลือเพียงไฟแค้นที่ลุกโชนอยู่ในอก นี่ฉันยอมขายบ้านพ่อแม่เพื่อแลกกับลมหายใจของคนที่ตั้งใจจะสูบเลือดสูบเนื้อฉันงั้นหรือ? พวกเขาร่วมมือกันหลอกลวงฉัน จัดฉากมะเร็งสมองเพื่อฮุบมรดกทั้งหมด!

ฉันกำเช็คในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ถอยหลังออกมาจากประตูอย่างเงียบเชียบที่สุด ฉันไม่โวยวาย ไม่กรีดร้อง ไม่เข้าไปตบตีให้เสียมือ… เพราะความตายมันง่ายเกินไปสำหรับคนพวกนี้ ฉันจะทำให้พวกเขาอยู่ในนรกทั้งเป็น!

**หนึ่งเดือนต่อมา**

แผนการแก้แค้นของฉันเริ่มต้นขึ้นอย่างเลือดเย็น ฉันแสร้งทำเป็นโง่เขลา นำเงิน 80 ล้านไปเข้าบัญชีร่วมตามที่ชัชวาลต้องการ และเซ็นใบหย่าให้เขาอย่างง่ายดาย โดยอ้างว่าไม่อยากให้เขาต้องมีพันธะหากเขาต้องตายจริงๆ ชัชวาลและครอบครัวดีใจจนเนื้อเต้น พวกเขาไล่ฉันออกจากบ้านทันทีและประกาศเตรียมจัดงานแต่งงานใหม่กับพยาบาลลินดาอย่างใหญ่โต

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ… เช็คใบนั้น ฉันได้ทำการโยกย้ายเงินก้อนใหญ่ทั้งหมดผ่านเครือข่ายบริษัทบัญชีต่างประเทศของเพื่อนสนิท ก่อนจะทิ้งเงินไว้ในบัญชีร่วมเพียงเศษเสี้ยว แถมยังใช้ชื่อของชัชวาลค้ำประกันเงินกู้จากแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ จำนวน 100 ล้านบาท! โดยเอาโฉนดบ้านปลอมที่ฉันจ้างทำขึ้นอย่างแนบเนียนไปวางค้ำประกัน

ณ วันแต่งงานสุดหรูหราของชัชวาลและลินดา แขกเหรื่อระดับไฮโซมาร่วมงานมากมาย คุณหญิงพรรณรายหน้าบานยิ้มรับแขกอย่างภาคภูมิใจ ชัชวาลสวมชุดทักซิโด้ควงแขนลินดาที่สวมชุดเจ้าสาวฟูฟ่อง เดินเข้าสู่ห้องบอลรูม

แต่แทนที่เพลงมาร์ชแต่งงานจะดังขึ้น เสียงที่กึกก้องไปทั่วงานกลับเป็นเสียงทุบกระจกและเสียงไซเรนตำรวจ!

ชายฉกรรจ์รอยสักเต็มตัวนับสิบคนบุกเข้ามาในงานแต่ง พร้อมกับอาวุธครบมือ พวกมันตรงดิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อชัชวาลจนเขาล้มลงกลางเวที แขกเหรื่อกรีดร้องวิ่งหนีตายกันอลหม่าน

“ไอ้ชัชวาล! มึงเอาโฉนดปลอมมาหลอกกู้เงินเฮียร้อยล้าน วันนี้มึงต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย ไม่งั้นกูเอาชีวิตมึงแน่!” ลูกพี่ใหญ่คำราม

ชัชวาลหน้าซีดเผือด “ม… ไม่จริง! ผมไม่เคยกู้เงินร้อยล้าน ผมมีเงินในบัญชีแปดสิบล้าน!”

แต่เมื่อตำรวจกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเดินตามเข้ามา พร้อมหมายจับข้อหาปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงธนาคาร ชัชวาลถึงกับเข่าอ่อน ตำรวจตรวจสอบบัญชีแล้วพบว่าไม่มีเงิน 80 ล้านอยู่เลย มีแต่หนี้สินก้อนโต

ลินดากรีดร้องเมื่อรู้ว่าสามีหมาดๆ ของเธอกำลังจะเป็นบุคคลล้มละลายและมีหนี้ร้อยล้าน เธอพยายามจะถอดแหวนเพชรและวิ่งหนี แต่กลับถูกเจ้าหนี้นอกระบบจับตัวไว้เป็นตัวประกัน “ผัวไม่มีจ่าย ก็เอาเมียมันไปขัดดอก!”

คุณหญิงพรรณรายช็อกจนเป็นลมล้มพับไปกับพื้น ไม่มีใครเข้าไปช่วย

ฉันยืนจิบแชมเปญมองภาพหายนะนั้นจากระเบียงชั้นลอยของโรงแรมด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ฉันสวมชุดเดรสสีแดงเพลิงที่โดดเด่นที่สุดในงาน

ชัชวาลถูกตำรวจสวมกุญแจมือ เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นฉันยืนอยู่เบื้องบน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวเมื่อตระหนักได้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

ฉันยกแก้วแชมเปญขึ้นชูให้เขาเบาๆ ขยับริมฝีปากอ่านได้ความว่า *“ขอให้มีความสุขในนรกนะ… ที่รัก”*

ชัชวาลถูกลากตัวออกไป ลินดาร้องไห้ฟูมฟายถูกเจ้าหนี้ลากไปอีกทาง ส่วนคุณหญิงพรรณรายถูกหามส่งโรงพยาบาลในสภาพหมดสติและไม่มีใครจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้

ฉันเดินออกจากโรงแรมอย่างสง่างาม รถซูเปอร์คาร์ที่จอดรออยู่พร้อมกับคนขับส่วนตัวเปิดประตูให้ บ้าน 80 ล้านที่ฉันขายไป ตอนนี้ฉันซื้อคืนมาในราคาครึ่งเดียวจากการประมูล และเงินที่เหลือฉันก็ใช้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม

บทเรียนครั้งนี้สอนให้ฉันรู้ว่า ความตายอาจน่ากลัว แต่ความรักที่หลอกลวงนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า และสำหรับคนทรยศ… ความตายมันง่ายไป การมีชีวิตอยู่เพื่อใช้หนี้กรรมอย่างทรมานต่างหาก คือการแก้แค้นที่หอมหวานที่สุด.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!